ว่าด้วยเรื่องของแมว

แมวบ้าน

ในสังคมมนุษย์ปัจจุบันมีคนมากมายเลี้ยงและหลงรักสัตว์ชนิดหนึ่งถึงกลับยอมอนุมานตัวเองกันเลยว่าเป็น ทาสแมว เนื่องจากความน่ารักของมันนั้นเองที่ทำให้หลายคนหลวมตัวตกไปเป็น เช่นนั้น แต่อีกสาเหตุหนึ่งก็เพราะตัวแมวเองด้วย ที่ไม่ได้เหมือนหมาสัตว์เลี้ยงยอดฮิตอีกอย่างที่เหมือนจะตามใจคน และเอาใจเจ้าของสุดๆ ต่างจากแมวซึ่งเล่นตัวเอามากๆ ในบ้างโอกาส แต่บ้างทีก็มีความขี้อ้อนให้ใจละลายได้เหมือนกัน

เรื่องของแมว

แมวหรือ Cat เป็นสัตว์ที่อยู่ในตระกูล Falidae มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Felis Domesticus โดยพบได้ทั่วไป  สายพันธุ์ของแมว จึงมีทั้งขนยาว ขนสั้น และขนาดของร่างกายที่แตกต่างกันตาม แต่พื้นที่อยู่อาศัยและสภาพอากาศต้นกำเนิดของแมวคือเมื่อกว่า ห้าสิบล้านปี เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและกินเนื้อเป็นอาหารเมื่อเวลาผ่านไปก็ได้วิวัฒนาการมาเรื่อยๆจนกระทั่งเมื่อ 10 ล้านปีก่อน มีขนาดและรูปร่างใกล้เคียงกับ แมวป่า ตัวใหญ่ ที่เรียกกันว่า Dinistis  โดยค้นพบว่าแมวเริ่มเข้ามาอาศัยอยู่กับมนุษย์เป็นครั้งแรก ที่แอฟริกาและซีเรีย และถูกเรียกว่า Felis Ocreata ตามภาษาละติน ซึ่งถือได้ว่าเป็นบรรพบุรุษของแมวบ้านในปัจจุบัน ส่วนแมวสายพันธุ์อื่นๆก็ยังคงใช้ชีวิตในป่าเรื่อยมา

ชาวไอยคุปต์โบราณ ของอียิปต์ มีความเจริญด้ในทางวัฒนธรรม รวมถึงการค้าขายมากแล้ว มีบ้านพักอาศัยขนาดใหญ่ มั่นคง มีสัตว์เลี้ยงต่างๆ เช่น โค ม้า แพะ แกะ โดยส่วนใหญ่จะดำรงชีพด้วยการเพาะปลูก จึงมีฉางข้าวขนาดใหญ่เพื่อไว้เก็บผลผลิต แต่แล้วก็มีเกิดปัญหาขึ้นเนื่องจากมีหนูมาแอบกินผลผลิตของพวกเขา แล้วตอนนั้นเอง แมว ก็ได้เข้ามาช่วยกำจัดปัญหาเรื่องนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้แมวเข้ามาใช้ชีวิตร่วมกับชาวไอยคุปต์โบราณ

ต่อมาแมวได้ถูกนำไปเชื่อมโยงเข้ากับศาสนา โดยได้รับการนับถือในฐานะตัวแทนของสิงโตเพศเมีย ที่เป็นรูปกายของเทวดาหญิง ชื่อว่า Bastet ซึ่งมีหัวเป็นสิงโต แต่มีตัวเป็นคน ซึ่งมีอำนาจในการบันดาลเรื่องของความรัก และความอุดมสมบูรณ์นอกจากนั้นยังเป็นช่วงที่แมวได้กระจายไปทั่วทุกทวีปเนื่องจาก ชาวอียิปต์มีการเดินทางค้าขายสินค้ากันมากมาย จึงมีแมวบางส่วนที่อยู่บนเรือติิดไปด้วยและเมื่อเรือเทียบท่า แมวเหล่านั้นก็ได้ไปใช้ชีวิตตามจุดที่เรือเทียบท่า

เมื่อ เก้าร้อย ปีก่อน แมวมีการขยายพันธุ์ช้ามาก จนทำให้แมวกลายเป็นที่สัตว์หายากในยุคนั้น จนถึงขนาดที่ว่า ผู้ใดที่มีแมวในครอบครองสามารถนำมาแลกข้าวของได้มากมาย จนไปถึงการกำหนดโทษร้ายแรงแก่ผู้ที่ฆ่าแมวจะต้องชดใช้แก่เจ้าของแมวด้วย แกะหรือลูกแกะเลยทีเดียว หรือถ้าไม่มีแกะ ก็สามารถชดใช้อีกแบบก็คือ ให้เอาศพของแมวมาแขวนไว้ โดยให้หัวทิ่มลงที่พื้น ผู้ที่ฆ่าแมวจะต้องนำข้าวสาลีมากองจนมิดหางแมวเพื่อชดใช้ให้แก้เจ้าของแมว

แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับแมว ในยุคกลางของยุโรป ตรงกันข้ามกับอียิปต์โบราณอย่างสิ้นเชิง แมวกลายเป็นตัวแทนสิ่งที่ชั่วร้าย เป็นสัตว์เลี้ยงของแม่มด ใครเลี้ยงเอาไว้ถือว่าเป็นแม่มดไปกันหมด ยิ่งถ้าเป็นหญิงชรากับ แมวดำ แล้วด้วย โดนจับไปเผาทั้งเป็นแน่ๆ แต่กรรมก็ตามสนองด้วยการระบาดของกาฬโรค เพราะแมวมีจำนวนน้อยลง ในขณะที่หนูมีมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

เรื่องราวของแมวก็เป็นดังนี้เอง จากหลายๆ สาเหตุที่คนและแมวมีความผูกพันกันมาอย่างยาวนานแม้จะไม่เท่าเจ้าหมาก็ตามแต่เชื่อว่าหลายคนก็ยังจะยอมเป็นทาสแมวต่อไปไม่เปลี่ยนแปลงนั้นเอง

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*